AI Blog NEWS AND EVENTS Programming Protect Website Security Technology

TRAP-18 และ ChatGPT เมื่อ AI ถูกใช้เพื่อจับคู่การก่อการร้าย

การศึกษา: ChatGPT จับคู่ธีมการก่อการร้ายด้วย TRAP-18 พร้อมระบุตัวตนไซเบอร์อาชญากรรม

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือมนุษย์ในหลายด้าน แต่ขณะเดียวกัน การใช้งาน AI อย่างไม่เหมาะสมก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่น่ากังวลได้ หนึ่งใน AI ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่าง ChatGPT ก็เป็นหนึ่งในกรณีที่ถูกศึกษาและตรวจสอบถึงความสามารถในการรับรู้และการจับคู่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การก่อการร้าย และ อาชญากรรมไซเบอร์

ผลการศึกษาล่าสุด: ChatGPT และ TRAP-18

จากการศึกษาล่าสุดซึ่งได้รับการเผยแพร่ในปี 2024 นักวิจัยได้ใช้ ChatGPT ในการวิเคราะห์ธีมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การก่อการร้าย และการกระทำที่มีความรุนแรง โดยใช้ TRAP-18 (Terrorist Radicalization Assessment Protocol) ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ออกแบบมาเพื่อระบุความเสี่ยงในการก่อเหตุร้ายและการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

TRAP-18 ถูกพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรม ซึ่งมีการออกแบบเพื่อช่วยในการประเมินความเสี่ยงของบุคคลที่มีแนวโน้มที่จะก่อการร้ายหรือมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการก่อการร้าย โดยตัวโปรโตคอลนี้มีการแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ คือ

  1. Distal Characteristics (ลักษณะทางอ้อม) เช่น การสนับสนุนการใช้ความรุนแรงหรือการแสดงพฤติกรรมทางสังคมที่ไม่เป็นปกติ
  2. Proximal Warning Behaviors (พฤติกรรมเตือนภัยที่ใกล้ตัว) เช่น การแสดงเจตนาที่ชัดเจนในการใช้ความรุนแรงหรือการเตรียมการกระทำที่มีความเสี่ยงสูง

ในการศึกษาครั้งนี้ ChatGPT ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์เนื้อหาหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดการก่อการร้าย โดยเปรียบเทียบกับคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ระบุไว้ใน TRAP-18 เพื่อดูว่า ChatGPT สามารถตรวจจับและแยกแยะข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างถูกต้องหรือไม่

ChatGPT สามารถจับคู่ธีมการก่อการร้ายได้อย่างไร

จากผลการศึกษา พบว่า ChatGPT สามารถตรวจจับ ธีมการก่อการร้าย ที่สอดคล้องกับ TRAP-18 ได้ในหลายกรณี เช่น การตรวจจับการสนับสนุนการใช้ความรุนแรง และการแสดงออกถึงเจตนาทางการเมืองที่รุนแรง ChatGPT ถูกทดสอบด้วยการให้วิเคราะห์ข้อความหรือบทสนทนาที่อาจแสดงถึงแนวโน้มการก่อการร้าย ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า AI ตัวนี้สามารถตรวจจับธีมเหล่านี้ได้แม่นยำมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้รับการปรับแต่งและฝึกฝนในระบบข้อมูลที่เหมาะสม

การที่ ChatGPT สามารถแยกแยะธีมการก่อการร้ายได้อย่างแม่นยำนั้นถือเป็นความก้าวหน้าในวงการเทคโนโลยี AI ที่อาจนำมาใช้ในแง่บวกเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการก่อเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อการตรวจจับเนื้อหาที่อาจเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์หรือสื่อสังคมต่าง ๆ ได้

ความกังวลเรื่องความปลอดภัยและการใช้งานในด้านลบ

แม้ว่าการใช้งาน AI เช่น ChatGPT ในการตรวจจับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายจะเป็นการก้าวหน้าในทางบวก แต่ก็มีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยและความเสี่ยงที่ AI อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือถูกใช้เพื่อก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคม นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับ อคติ ที่ AI อาจมีเมื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น การตรวจจับข้อมูลผิดพลาดหรือการพิจารณาข้อความที่ไม่มีเจตนาก่อการร้ายว่าเป็นเนื้อหาที่เสี่ยง

นักวิจัยได้เน้นย้ำว่า การใช้ ChatGPT หรือ AI อื่น ๆ ในการตรวจจับพฤติกรรมก่อการร้ายนั้นต้องมีการปรับปรุงระบบและข้อมูลการฝึกสอน AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงในการตรวจจับข้อมูลผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ นอกจากนี้ การตรวจสอบและการควบคุมการใช้ AI อย่างรัดกุมก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ AI ถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย

ChatGPT และการระบุไซเบอร์อาชญากรรม

นอกจากการตรวจจับธีมที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายแล้ว ChatGPT ยังมีศักยภาพในการระบุ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ด้วย โดยจากการศึกษาพบว่า ChatGPT สามารถตรวจจับเนื้อหาที่มีความเสี่ยงสูงเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์หรือการแฮ็กข้อมูล ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันและระบุภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์

การใช้ AI ในการตรวจจับ อาชญากรรมทางไซเบอร์ นั้นช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือองค์กรต่าง ๆ สามารถรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ChatGPT สามารถวิเคราะห์และระบุข้อมูลที่มีความเสี่ยง เช่น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีระบบ การหลอกลวงทางไซเบอร์ หรือการแอบแฝงของมัลแวร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต

บทบาทของ ChatGPT ในอนาคต

ในอนาคต ChatGPT และ AI ที่คล้ายคลึงกันอาจมีบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้นในการช่วยระบุและป้องกันพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของสังคม ทั้งในด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาและการใช้งาน AI เหล่านี้จะต้องมีการกำกับดูแลที่ดีและมีกฎหมายหรือแนวทางที่ชัดเจนในการควบคุมการใช้งาน เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น

การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับโลกออนไลน์ และป้องกันพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังคงต้องได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตได้

สรุป

การศึกษาเรื่อง ChatGPT และความสามารถในการจับคู่ธีมการก่อการร้ายกับ TRAP-18 เป็นการเปิดเผยถึงศักยภาพที่น่าทึ่งของ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของสังคม นอกจากนี้ AI ยังสามารถระบุและป้องกัน อาชญากรรมทางไซเบอร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการปรับปรุงระบบ AI อย่างต่อเนื่อง ChatGPT อาจกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการช่วยป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แต่ขณะเดียวกัน การใช้ AI ในด้านนี้ก็ยังคงต้องมีกฎระเบียบและการควบคุมอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการใช้งานในทางที่ผิดและเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทั่วโลก การศึกษาและการพัฒนาต่อไปของ ChatGPT และ AI อื่น ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในโลกดิจิทัล

Loading...
Post ID: 18571 | TTT-WEBSITE | AFRA APACHE

Recommended For You

NEWS AND EVENTS Technology

สวีเดนลุยโครงการพัฒนาดิจิทัลแห่งชาติ มุ่งสู่เป้าหมายประเทศผู้นำนวัตกรรม

Vinnova เปิดตัวโครงการพัฒนาความก้าวหน้าทางดิจิทัลแห่งชาติ Vinnova หน่วยงานส่งเสริมนวัตกรรมของสวีเดน ได้ประกาศเปิดตัวโครงการพัฒนาดิจิทัลแห่งชาติ (National Digital Advancement Project) มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคธุรกิจและภาคสาธารณะ โครงการนี้มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ 1. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสวีเดน โครงการพัฒนาดิจิทัลแห่งชาติ (National Digital Advancement Project)
รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป เว็บไซต์ราคาถูก
NEWS AND EVENTS Technology

ASUS เปิดตัวจอภาพ Dual-Mode ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ASUS ROG Swift PG27UQX-240S จอภาพ Dual-Mode ครั้งแรกของโลก ASUS ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัวจอภาพ Dual-Mode เครื่องแรกของโลก ภายใต้ชื่อ ASUS ROG Swift PG27UQX-240S จอภาพรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับโหมดการใช้งานระหว่างหน้าจอ 4K@120Hz กับหน้าจอ