พลังงานนิวเคลียร์เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุนการใช้งานของ AI เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานที่มีความเสถียรและสามารถผลิตพลังงานได้ในปริมาณมากโดยไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนเมื่อเทียบกับพลังงานฟอสซิล
บริษัท Microsoft และ Google เป็นหนึ่งในผู้นำที่เริ่มมองหาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้สนับสนุนการดำเนินงานด้านเทคโนโลยี Microsoft ได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัทผู้ให้บริการพลังงานนิวเคลียร์หลายแห่ง โดยมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2030
ในขณะเดียวกัน Google ก็มีการทำข้อตกลงเพื่อใช้พลังงานนิวเคลียร์กับ Oklo ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานนิวเคลียร์ที่พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กเพื่อผลิตพลังงานที่ยั่งยืน Google มองว่าการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์จะเป็นส่วนสำคัญในการขยายขีดความสามารถด้าน AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการใช้พลังงานนิวเคลียร์ยังคงอยู่ในด้านความปลอดภัย การจัดการของเสีย และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งมีต้นทุนสูง แต่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งยังคงเชื่อว่าการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในระยะยาว
อนาคตของพลังงานนิวเคลียร์และ AI
ในอนาคต เราอาจได้เห็นบริษัทเทคโนโลยีหันมาใช้พลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและสามารถรองรับการใช้งานพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะยังคงต้องการพลังงานในปริมาณมากเพื่อสนับสนุนการประมวลผลข้อมูล การฝึก AI ให้ฉลาดขึ้น และการทำงานที่ซับซ้อน
สรุปแล้ว การลงนามข้อตกลงด้านพลังงานนิวเคลียร์โดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Microsoft, และ Google เป็นการตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเติบโตของ AI การใช้พลังงานนิวเคลียร์ไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเหล่านี้ในตลาดเทคโนโลยีระดับโลก