NEWS AND EVENTS Sports Technology

ระบบ OSAS คืออะไร? ทำงานอย่างไร? สำคัญอย่างไรในศึก Euro 2024

ระบบ Semi-Automated Offside System (OSAS) ใน Euro 2024

ระบบ Semi-Automated Offside System (OSAS) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ระบบจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ ถูกนำมาใช้ใน ฟุตบอลยูโร 2024 เป็นครั้งแรก สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอล alike ระบบนี้มุ่งหวังที่จะยกระดับการตัดสินใจในกรณีล้ำหน้าให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใสยิ่งขึ้น

ระบบ OSAS ทำงานอย่างไร?

หัวใจสำคัญของระบบนี้คือกล้องพิเศษ 12 ตัว ติดตั้งไว้รอบสนามทำหน้าที่ติดตามตำแหน่งของลูกบอลและนักเตะทุกคน 50 ครั้งต่อวินาที ข้อมูลนี้ถูกส่งต่อระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำหน้าที่วิเคราะห์คำนวณระยะห่างระหว่างนักเตะฝ่ายรุกกับแนวหลังฝ่ายรับ

เมื่อระบบ AI ตรวจพบกรณีลูกออฟไซด์ จะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) ทันที ผู้ตัดสิน VAR จะทำการตรวจสอบภาพและข้อมูลอีกครั้ง ผ่านหน้าจอโดยละเอียด

จากนั้นจึงตัดสินใจว่าลูกนั้นออฟไซด์หรือไม่

ระบบ OSAS มอบข้อดีมากมาย ประการแรกคือ ความรวดเร็ว ช่วยให้ตัดสินใจได้เฉียบไว แม่นยำ ลดระยะเวลาอันน่าเบื่อหน่ายในการเช็คลูกออฟไซด์ ประการที่สองคือ ความแม่นยำ ด้วยพลังของ AI ช่วยลดโอกาสการตัดสินผิดพลาดลงอย่างมาก ประการที่สามคือ ความโปร่งใส ผู้ชมสามารถติดตามเหตุการณ์บนจอยักษ์ในสนาม เห็นภาพชัดเจน เข้าใจการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระบบ OSAS ก็ยังมีข้อจำกัด

    • ค่าใช้จ่าย: เทคโนโลยีนี้มีราคาสูงในการติดตั้งและใช้งาน
    • ความซับซ้อน: ระบบอาจมีความซับซ้อน ยากต่อการเข้าใจ
    • ข้อจำกัด: ระบบอาจทำงานได้ไม่สมบูรณ์แบบในบางกรณี เช่น กรณีที่มีผู้เล่นบังสายตา

แม้จะมีข้อจำกัด แต่ระบบ OSAS ถือเป็นก้าวสำคัญ ในการพัฒนาวงการฟุตบอล เทคโนโลยีนี้ช่วยยกระดับการตัดสินใจให้รวดเร็ว แม่นยำ ยุติธรรมมากขึ้น

และคาดว่าในอนาคต OSAS จะถูกนำมาใช้ในเกมฟุตบอลระดับอาชีพ ทั่วโลกอย่างแพร่หลาย

ตัวอย่างการใช้งาน OSAS ที่น่าสนใจ

    • เกมระหว่างฝรั่งเศสกับเดนมาร์ก นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ประตูแรกของฝรั่งเศส เกิดจากลูกยิงของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ แต่ระบบ OSAS ตรวจพบว่า เอ็มบัปเป้ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ก่อนที่ VAR จะเข้ามาดูและยืนยันว่าเป็นการล้ำหน้า จึงทำให้ลูกนั้นไม่เป็นประตู
    • เกมระหว่างอังกฤษกับเยอรมนี รอบ 16 ทีมสุดท้าย ลูกครอสของ เบน ชิลเวลล์ ไปถึง แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีม ทว่าระบบ OSAS จับว่า เคน ล้ำหน้าก่อนที่ VAR จะยืนยันผล

การตัดสินใจด้วยระบบ OSAS ในสองกรณีนี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความแม่นยำ ช่วยให้เกมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ลดข้อโต้แย้งและความกังขาจากแฟนบอล

Semi-Automated Offside System (OSAS) กับ SAOT (Semi-automated offside technology) คือระบบเดียวกันไหม

SAOT และ OSAS เป็นระบบที่คล้ายคลึงกัน แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยดังนี้

SAOT (Semi-automated offside technology) ย่อมาจาก เทคโนโลยีการจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ เป็นระบบที่ใช้กล้องหลายตัวติดตามตำแหน่งของผู้เล่นบนสนาม และลูกฟุตบอล ข้อมูลนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างเส้นออฟไซด์เสมือนจริงที่แม่นยำ แสดงบนภาพถ่ายทอดสด ช่วยให้ผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วขึ้น

OSAS (Offside Support System) ย่อมาจาก ระบบช่วยตัดสินล้ำหน้า เป็นระบบที่พัฒนาโดย FIFA โดยเฉพาะ คล้ายกับ SAOT แต่ใช้กล้องพิเศษติดตั้งไว้ใต้หลังคาสนาม ทำงานร่วมกับระบบติดตามลูกฟุตบอล ระบบนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในฟุตบอลโลกหญิงชิงแชมป์โลก 2019

โดยสรุป ระบบ OSAS ถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง และมีศักยภาพสูงในการ พัฒนาวงการฟุตบอล ไปสู่อนาคต

แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ แต่การใช้งาน OSAS ใน Euro 2024 นับเป็นก้าวสำคัญ และคาดว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้ใน เกมฟุตบอลระดับอาชีพ มากขึ้นในอนาคต

Loading...
Post ID: 13770 | TTT-WEBSITE | AFRA APACHE

Recommended For You

AI Green & Carbon Technology NEWS AND EVENTS Technology

Top Emerging Technologies 2025 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่คุณต้องรู้!

เทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนอนาคตของเราในปี 2025 เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เทคโนโลยีที่กำลังจะมาถึงในปี 2025 ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา แต่ยังจะกำหนดอนาคตของหลายอุตสาหกรรมอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณสำรวจเทคโนโลยีที่เกิดใหม่ซึ่งมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลก ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงไปจนถึงเทคโนโลยีอวกาศที่ล้ำหน้า 1. ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้คิด (Cognitive AI) ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเรียนรู้จากข้อมูลอีกต่อไป ในปี 2025 AI จะก้าวไปสู่การเป็นระบบที่สามารถเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง
NEWS AND EVENTS Technology

Apple เปิดตัว iPad Air 2024 ดีไซน์ใหม่ กล้องหน้า Center Stage ชิป M2

Apple เปิดตัว iPad Air รุ่นใหม่ หน้าจอใหญ่ขึ้น ชิปแรงขึ้น ฟีเจอร์ครบครัน! Apple เปิดตัว iPad Air รุ่นใหม่ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2024 มาพร้อมตัวเลือกหน้าจอ 2 ขนาด 11 นิ้วแบบดั้งเดิม และ