Blog NEWS AND EVENTS Programming Protect Website Security Technology

เกาหลีเหนือและ Cryptocurrency ภัยเงียบที่คุณต้องรู้ในปี 2024

แฮกเกอร์เกาหลีเหนือกับการโจรกรรมคริปโตทั่วโลกกว่า 60% ในปี 2024

ในโลกดิจิทัลที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว การโจมตีทางไซเบอร์โดยแฮกเกอร์ได้กลายเป็นภัยคุกคามที่ไม่สามารถมองข้ามได้ และในปี 2024 นี้ การโจมตีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นผู้รับผิดชอบกว่า 60% ของคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกโจรกรรมทั่วโลก

ใครคือกลุ่มแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือ?

กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดจากเกาหลีเหนือคือ Lazarus Group ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือ พวกเขาเป็นที่รู้จักในฐานะทีมไซเบอร์ที่มีความชำนาญในการเจาะระบบการเงินและขโมยข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะการโจมตีแพลตฟอร์มคริปโตและตลาด NFT พวกเขาใช้วิธีการหลากหลายตั้งแต่ฟิชชิง (Phishing) การโจมตีแบบ Social Engineering และมัลแวร์ที่ซับซ้อน เพื่อเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลและระบบธุรกรรมของเป้าหมาย

วิธีการโจมตีที่ซับซ้อน

แฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือมักใช้วิธีการที่หลากหลายและซับซ้อนเพื่อทำลายความปลอดภัยของระบบคริปโต เช่น

  1. ฟิชชิงอีเมลและเว็บไซต์ปลอม: สร้างเว็บไซต์หรืออีเมลที่ดูเหมือนแพลตฟอร์มคริปโตจริงเพื่อหลอกลวงผู้ใช้งาน

  2. มัลแวร์ที่ออกแบบเฉพาะ: พัฒนาโปรแกรมมัลแวร์ที่สามารถเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของกระเป๋าเงินดิจิทัลได้

  3. โจมตีแพลตฟอร์ม DeFi: แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ในสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) เพื่อขโมยเงินจากแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

การโจรกรรมคริปโตที่เกิดขึ้นโดยแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือไม่ได้มีผลกระทบเพียงต่ออุตสาหกรรมคริปโตเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน เช่น

  • การสูญเสียทรัพย์สินของนักลงทุน: นักลงทุนรายย่อยและองค์กรต่าง ๆ สูญเสียทรัพย์สินมูลค่านับพันล้านดอลลาร์

  • การเพิ่มทุนให้กับโครงการนิวเคลียร์: มีรายงานว่าเงินที่ได้จากการโจรกรรมเหล่านี้ถูกนำไปสนับสนุนโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

  • การลดความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีคริปโต: ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนลังเลที่จะเข้ามาในตลาดคริปโต

วิธีป้องกันการโจมตี

เพื่อปกป้องตัวเองจากการโจมตีเหล่านี้ ผู้ใช้งานคริปโตควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้

  1. ใช้งานกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet): กระเป๋าเงินที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีความปลอดภัยสูงกว่า

  2. อัปเดตซอฟต์แวร์และระบบป้องกันไวรัส: หมั่นอัปเดตระบบเพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

  3. อย่าคลิกลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ: หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ในอีเมลหรือเว็บไซต์ที่น่าสงสัย

  4. ใช้ระบบ 2FA: การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

มาตรการของภาครัฐและองค์กร

ในระดับนานาชาติ หน่วยงานต่าง ๆ ได้เริ่มดำเนินการเพื่อยับยั้งการโจมตีของแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ เช่น

  • การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ: สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อจำกัดการเข้าถึงทรัพยากรของเกาหลีเหนือ

  • ความร่วมมือด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้: องค์กรต่าง ๆ ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัย

ข้อสรุปและการกระตุ้นให้ลงมือทำ

การโจรกรรมคริปโตที่เพิ่มขึ้นโดยกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือเป็นสัญญาณเตือนถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในโลกดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อยหรือองค์กรขนาดใหญ่ ทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์นี้? แบ่งปันความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนของคุณได้รับข้อมูลที่สำคัญ!

Loading...
Post ID: 21590 | TTT-WEBSITE | AFRA APACHE

Recommended For You

NEWS AND EVENTS Space Technology

โลกได้ดวงจันทร์ใหม่! Mini-Moon โคจรรอบ Earth

โลกมีดวงจันทร์อีกดวง! อุกกาบาตขนาดเล็กโคจรรอบโลก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิทยาศาสตร์ด้านอวกาศมีการค้นพบใหม่ๆ อยู่เสมอ หนึ่งในการค้นพบที่น่าสนใจและน่าทึ่งล่าสุด คือการที่โลกของเรามี “ดวงจันทร์” เพิ่มขึ้นมาอีกดวง นั่นคืออุกกาบาตขนาดเล็กที่เข้ามาโคจรรอบโลกชั่วคราว ซึ่งนักดาราศาสตร์กำลังศึกษาว่ามันจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน อุกกาบาตที่เข้ามาโคจรรอบโลก การค้นพบนี้เกิดขึ้นเมื่อกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่สามารถสังเกตเห็นวัตถุขนาดเล็กที่กำลังโคจรรอบโลก โดยนักดาราศาสตร์เรียกวัตถุนี้ว่า “ดวงจันทร์ขนาดเล็ก” แม้ว่าขนาดของมันจะเล็กกว่า “ดวงจันทร์” ที่เรารู้จักมาก แต่มันก็เป็นวัตถุธรรมชาติที่เข้ามาโคจรรอบโลกด้วยความเป็นไปได้จากแรงดึงดูดของโลก วัตถุนี้มีขนาดเพียงไม่กี่เมตร
Blog NEWS AND EVENTS Protect Website Security Technology

ระวังภัย Spyware! พบกว่า 200 แอปอันตรายใน Google Play Store

ในช่วงเวลาไม่นานมานี้ นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ออกมาเตือนถึงการเพิ่มขึ้นของมัลแวร์ประเภท Spyware ที่น่าตกใจ โดยข้อมูลระบุว่า มีการเพิ่มขึ้นถึง 111% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) อีกทั้งยังมีการพบแอปอันตรายกว่า 200 แอป ใน Google Play Store ซึ่งอาจจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนหลายล้านคนทั่วโลก สถานการณ์การเพิ่มขึ้นของ Spyware จากรายงานที่อัปเดตล่าสุดโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์