Technology

แนวโน้มเทคโนโลยีชั้นนำของปี 2024

ในปี 2024 เทคโนโลยีจะยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา แนวโน้มเทคโนโลยีชั้นนำบางประการที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อโลกในปี 2024 ได้แก่:

  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI): AI จะยังคงพัฒนาและกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อยๆ AI กำลังถูกใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของงานต่างๆ เช่น การขับรถ การรักษาโรค และการผลิต คาดว่า AI จะใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ มากมายในปี 2024

    AI ประกอบด้วยสาขาย่อยต่างๆ มากมาย เช่น

    • การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning): เป็นสาขาของ AI ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอัลกอริธึมที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลโดยไม่ได้รับการตั้งโปรแกรมอย่างชัดแจ้ง
    • การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing): เป็นสาขาของ AI ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบที่สามารถเข้าใจและประมวลผลภาษามนุษย์
    • การมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Vision): เป็นสาขาของ AI ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบที่สามารถเข้าใจและประมวลผลภาพถ่ายและวิดีโอ
    • หุ่นยนต์ (Robotics): เป็นสาขาของ AI ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

    ประโยชน์ของ AI

    AI มีศักยภาพที่จะนำมาซึ่งประโยชน์มากมายต่อสังคมในด้านต่างๆ เช่น

    • การดูแลสุขภาพ: AI สามารถนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรค พัฒนาการรักษาใหม่ๆ และปรับปรุงการติดตามสุขภาพ
    • การศึกษา: AI สามารถนำมาใช้ในการปรับแต่งการเรียนรู้สำหรับแต่ละบุคคล พัฒนาเครื่องมือการเรียนรู้ใหม่ๆ และทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    • การทำงาน: AI สามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มความปลอดภัย และสร้างงานใหม่
    • การขนส่ง: AI สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาระบบขนส่งที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    • สิ่งแวดล้อม: AI สามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

    ความท้าทายของ AI

    AI ยังต้องเผชิญกับความท้าทายบางประการ เช่น

    • ความโปร่งใส: สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจวิธีการทำงานของ AI เพื่อตรวจสอบว่ามีความลำเอียงหรืออคติหรือไม่
    • ความปลอดภัย: สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ AI ปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตราย
    • ความรับผิดชอบ: สิ่งสำคัญคือต้องกำหนดว่าใครจะรับผิดชอบต่อการกระทำของ AI

    อนาคตของ AI

    AI มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมาก คาดว่า AI จะยังคงพัฒนาต่อไปและกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อยๆ

 

  • ความเป็นจริงเสมือน (VR) และ ความเป็นจริงเสริม (AR): VR และ AR กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ VR ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสกับสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ในขณะที่ AR ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซ้อนทับข้อมูลดิจิทัลกับโลกแห่งความเป็นจริง VR และ AR คาดว่าจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การศึกษา เกม และการฝึกอบรม

    ความเป็นจริงเสมือน (VR) และ ความเป็นจริงเสริม (AR) เป็นเทคโนโลยีที่จำลองสภาพแวดล้อมเสมือนหรือซ้อนทับข้อมูลดิจิทัลกับโลกแห่งความเป็นจริง

    ความเป็นจริงเสมือน (VR) คือการสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนที่ผู้ใช้สามารถสัมผัสได้อย่างเต็มที่ โดยปิดกั้นการรับรู้จากโลกแห่งความเป็นจริง ผู้ใช้จะมองเห็น ได้ยิน และสัมผัสกับสภาพแวดล้อมเสมือนผ่านอุปกรณ์ VR เช่น ชุดหูฟัง VR คอนโทรลเลอร์ VR และอื่นๆ

    ความเป็นจริงเสริม (AR) คือการเพิ่มข้อมูลดิจิทัลลงในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้ใช้จะมองเห็นข้อมูลดิจิทัลซ้อนทับกับโลกแห่งความเป็นจริงผ่านอุปกรณ์ AR เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอื่นๆ

    ประโยชน์ของ VR และ AR

    VR และ AR มีศักยภาพที่จะนำมาซึ่งประโยชน์มากมายต่อสังคมในด้านต่างๆ เช่น

    • ความบันเทิง: VR และ AR สามารถใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ความบันเทิงที่สมจริงและมีส่วนร่วมมากขึ้น
    • การศึกษา: VR และ AR สามารถใช้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สมจริงและมีส่วนร่วมมากขึ้น
    • การฝึกอบรม: VR และ AR สามารถใช้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการฝึกอบรมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    • การแพทย์: VR และ AR สามารถใช้เพื่อการฝึกผ่าตัด การจำลองโรค และการรักษาความผิดปกติทางจิต
    • อุตสาหกรรม: VR และ AR สามารถใช้เพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ การบำรุงรักษาเครื่องจักร และการฝึกอบรมพนักงาน

    ความท้าทายของ VR และ AR

    VR และ AR ยังต้องเผชิญกับความท้าทายบางประการ เช่น

    • ราคา: VR และ AR ยังคงมีราคาแพงสำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่
    • ความซับซ้อน: VR และ AR ต้องใช้อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน
    • ความล้าตา: การสัมผัสกับ VR เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการล้าตา

    อนาคตของ VR และ AR

    VR และ AR มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมาก คาดว่า VR และ AR จะยังคงพัฒนาต่อไปและกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อยๆ

    ตัวอย่างการใช้งานของ VR และ AR

    • ความบันเทิง: VR และ AR กำลังถูกนำมาใช้เพื่อสร้างเกม ภาพยนตร์ และประสบการณ์ความบันเทิงอื่นๆ ที่สมจริงและมีส่วนร่วมมากขึ้น
    • การศึกษา: VR และ AR กำลังถูกนำมาใช้เพื่อการศึกษาในหลายสาขาวิชา เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภาษา
    • การฝึกอบรม: VR และ AR กำลังถูกนำมาใช้เพื่อการฝึกอบรมในหลายสาขาวิชา เช่น การแพทย์ การบิน และทหาร
    • การแพทย์: VR และ AR กำลังถูกนำมาใช้เพื่อการฝึกผ่าตัด การจำลองโรค และการรักษาความผิดปกติทางจิต
    • อุตสาหกรรม: VR และ AR กำลังถูกนำมาใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ การบำรุงรักษาเครื่องจักร และการฝึกอบรมพนักงาน

    สรุป

    VR และ AR เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมาก คาดว่า VR และ AR จะยังคงพัฒนาต่อไปและกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อยๆ

 

  • คลาวด์คอมพิวติ้ง: คลาวด์คอมพิวติ้งจะยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับองค์กรและผู้บริโภค คลาวด์คอมพิวติ้งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทรัพยากรคอมพิวเตอร์ได้จากทุกที่บนโลก คาดว่าคลาวด์คอมพิวติ้งจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล และการพัฒนาแอปพลิเคชัน

    คลาวด์คอมพิวติ้ง คือการให้บริการด้านไอทีผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้ให้บริการจะจัดหาทรัพยากรด้านไอที เช่น เซิร์ฟเวอร์ หน่วยความจำ พื้นที่เก็บข้อมูล และซอฟต์แวร์ ให้แก่ผู้ใช้

    ประเภทของคลาวด์คอมพิวติ้ง

    คลาวด์คอมพิวติ้งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

    • Infrastructure as a Service (IaaS): ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เช่น เซิร์ฟเวอร์ หน่วยความจำ พื้นที่เก็บข้อมูล และเครือข่าย
    • Platform as a Service (PaaS): ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอปพลิเคชัน เช่น ระบบปฏิบัติการ ฐานข้อมูล และเครื่องมือพัฒนา
    • Software as a Service (SaaS): ให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่พร้อมใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น อีเมล โปรแกรมประมวลผลคำ และโปรแกรมนำเสนอ

    ประโยชน์ของคลาวด์คอมพิวติ้ง

    คลาวด์คอมพิวติ้งมีจุดเด่นหลายประการ เช่น

    • ยืดหยุ่น: ผู้ใช้สามารถปรับใช้ทรัพยากรด้านไอทีได้ตามความต้องการ
    • ประหยัดค่าใช้จ่าย: ผู้ใช้ไม่ต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เอง
    • เข้าถึงได้: ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทรัพยากรด้านไอทีได้จากทุกที่
    • ปลอดภัย: ผู้ให้บริการคลาวด์มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

    ตัวอย่างการใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้ง

    คลาวด์คอมพิวติ้งถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น

    • ธุรกิจ: คลาวด์คอมพิวติ้งใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล และรันแอปพลิเคชัน
    • การศึกษา: คลาวด์คอมพิวติ้งใช้สำหรับจัดการเรียนการสอน การทำวิจัย และการจัดการข้อมูล
    • รัฐบาล: คลาวด์คอมพิวติ้งใช้สำหรับให้บริการสาธารณะ เช่น การออกใบอนุญาต การเก็บภาษี และการให้บริการสาธารณสุข
    • ส่วนบุคคล: คลาวด์คอมพิวติ้งใช้สำหรับจัดเก็บไฟล์ ประมวลผลเอกสาร และใช้งานแอปพลิเคชัน

    อนาคตของคลาวด์คอมพิวติ้ง

    คลาวด์คอมพิวติ้งมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต คาดว่าคลาวด์คอมพิวติ้งจะกลายเป็นมาตรฐานในการให้บริการด้านไอที

 

  • บล็อกเชน: บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส บล็อกเชนกำลังถูกนำมาใช้สำหรับวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การชำระเงิน การติดตามสินค้า และการจัดการสินทรัพย์ คาดว่าบล็อกเชนจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ๆ อีกมากมายในปี 2024

    บล็อกเชน คือเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (decentralized ledger) ข้อมูลจะถูกบันทึกเป็นชุดข้อมูลที่เรียกว่า “บล็อก” ซึ่งจะถูกเชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยี cryptography ทำให้ข้อมูลมีความโปร่งใส ไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้

    หลักการทำงานของบล็อกเชน

    บล็อกเชนประกอบด้วยบล็อกต่างๆ เรียงต่อกันเป็นโซ่ แต่ละบล็อกจะเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลธุรกรรม รหัสเวลา และข้อมูลอื่นๆ บล็อกใหม่จะถูกเพิ่มลงในบล็อกเชนโดยผู้ใช้ที่เรียกกันว่า “ผู้ตรวจสอบ” ผู้ตรวจสอบจะตรวจสอบธุรกรรมต่างๆ และยืนยันความถูกต้องของข้อมูลก่อนเพิ่มลงในบล็อกเชน

    ประโยชน์ของบล็อกเชน

    บล็อกเชนมีจุดเด่นหลายประการ เช่น

    • โปร่งใส: ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้อย่างเปิดเผย ทุกคนสามารถตรวจสอบได้
    • ไม่สามารถแก้ไข: ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้
    • ปลอดภัย: ข้อมูลจะถูกป้องกันด้วยเทคโนโลยี cryptography
    • มีประสิทธิภาพ: บล็อกเชนสามารถประมวลผลธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    ตัวอย่างการใช้งานบล็อกเชน

    บล็อกเชนถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น

    • การเงิน: บล็อกเชนใช้สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การโอนเงิน การชำระเงิน และการลงทุน
    • ห่วงโซ่อุปทาน: บล็อกเชนใช้สำหรับติดตามสินค้าและบริการตลอดห่วงโซ่อุปทาน
    • รัฐบาล: บล็อกเชนใช้สำหรับให้บริการสาธารณะ เช่น การออกใบอนุญาต การเก็บภาษี และการให้บริการสาธารณสุข
    • ส่วนบุคคล: บล็อกเชนใช้สำหรับบันทึกข้อมูลส่วนตัว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลการเงิน และข้อมูลอื่นๆ

    อนาคตของบล็อกเชน

    บล็อกเชนมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต คาดว่าบล็อกเชนจะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในหลายอุตสาหกรรม

    สรุป

    บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมาก บล็อกเชนมีจุดเด่นหลายประการ เช่น โปร่งใส ไม่สามารถแก้ไข ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ บล็อกเชนถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม และคาดว่าจะเติบโตต่อไปในอนาคต

  • อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT): IoT หมายถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ต IoT กำลังถูกนำมาใช้สำหรับวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การติดตามสุขภาพ การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการควบคุมอาคาร คาดว่า IoT จะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ๆ อีกมากมายในปี 2024

    อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) คือเครือข่ายของอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อถึงกันด้วยอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์เหล่านี้สามารถสื่อสารและส่งข้อมูลระหว่างกันได้ โดยอุปกรณ์ IoT เหล่านี้อาจเป็นสิ่งของต่างๆ รอบตัวเรา เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร รถยนต์ อาคาร ฯลฯ

    หลักการทำงานของ IoT

    อุปกรณ์ IoT แต่ละชิ้นจะมีเซ็นเซอร์หรือตัวรับสัญญาณที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น การเคลื่อนไหว ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จากนั้นจะถูกประมวลผลและวิเคราะห์โดยซอฟต์แวร์ IoT

    ประโยชน์ของ IoT

    IoT มีศักยภาพที่จะนำมาซึ่งประโยชน์มากมายต่อสังคมในด้านต่างๆ เช่น

    • ปรับปรุงคุณภาพชีวิต: IoT สามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของเรา เช่น การติดตามสุขภาพ การขนส่งอัจฉริยะ และบ้านอัจฉริยะ
    • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: IoT สามารถนำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การตรวจสอบเครื่องจักร การติดตามสินค้า และการผลิตอัจฉริยะ
    • ลดต้นทุน: IoT สามารถนำมาใช้ในการลดต้นทุน เช่น การประหยัดพลังงาน การลดการสูญเสีย และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

    ตัวอย่างการใช้งาน IoT

    IoT ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น

    • การดูแลสุขภาพ: IoT ใช้สำหรับการติดตามสุขภาพผู้ป่วย การวินิจฉัยโรค และการรักษาทางการแพทย์
    • การผลิต: IoT ใช้สำหรับการติดตามเครื่องจักร การบำรุงรักษาเครื่องจักร และการควบคุมการผลิต
    • การขนส่ง: IoT ใช้สำหรับการขนส่งอัจฉริยะ การจราจรอัจฉริยะ และการจัดการสินค้า
    • เมืองอัจฉริยะ: IoT ใช้สำหรับการจัดการพลังงาน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต

    อนาคตของ IoT

    IoT มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต คาดว่า IoT จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในหลายอุตสาหกรรม

    สรุป

    IoT เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมาก IoT มีจุดเด่นหลายประการ เช่น ความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ความสามารถในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล และความสามารถในการนำมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุน IoT ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม และคาดว่าจะเติบโตต่อไปในอนาคต

ผลกระทบของแนวโน้มเทคโนโลยีต่อธุรกิจ

แนวโน้มเทคโนโลยีเหล่านี้มีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อธุรกิจ ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มเหล่านี้เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจจำเป็นต้องลงทุนใน AI และ VR เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์ของลูกค้า ธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์สำหรับคลาวด์คอมพิวติ้งและบล็อกเชนเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ ธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตของ IoT เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้าและซัพพลายเออร์ของตน

ผลกระทบของแนวโน้มเทคโนโลยีต่อสังคม

แนวโน้มเทคโนโลยีเหล่านี้มีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสังคม ตัวอย่างเช่น AI และ VR มีศักยภาพที่จะปรับปรุงชีวิตของเราในด้านต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ การศึกษา และการทำงาน คลาวด์คอมพิวติ้งมีศักยภาพที่จะทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและราคาไม่แพงสำหรับทุกคน บล็อกเชนมีศักยภาพที่จะปรับปรุงความโปร่งใสและความยุติธรรม อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งมีศักยภาพที่จะทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

แนวโน้มเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นตัวอย่างบางส่วนของสิ่งที่เราคาดหวังในปี 2024 เทคโนโลยีจะยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา และแนวโน้มเหล่านี้มีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อธุรกิจและสังคม

Recommended For You

รับทำเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป ราคาถูก เว็บไซต์ราคาถูก รับออกแบบเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ราคาถูก ttt-website
Technology

อดีตนักวิจัย AI ของ Google แสดงความกังวลต่อการแข่งขันด้าน AI ที่ไร้กฎระเบียบการควบคุมด้านจริยธรรม!

ดร. ทิมนิต เกบรู (Dr. Timnit Gebru) อดีตนักวิจัยด้าน AI ของ Google ผู้ถูกไล่ออกจาก Google ในเดือนธันวาคมปี 2020 หลังจากที่เธอพยายามพูดต่อต้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ไร้จริยธรรม ได้ออกมาเตือนอีกครั้งว่า สถานการณ์ AI
รับทำเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป ราคาถูก เว็บไซต์ราคาถูก รับออกแบบเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ราคาถูก ttt-website
Technology

ตามรุ่นพี่ไป ! เปิดตัว Windows Copilot ที่แม้ใช้ Windows 11 ก็มี AI ผู้ช่วยส่วนตัวติดเครื่องได้ !

ไมโครซอฟท์​ (Microsoft) เปิดตัว Windows Copilot AI ซึ่งเป็นผู้ช่วยในการใช้งาน Windows ที่เหมือนกับใน Microsoft 365 และ Microsoft Edge โดยจะฝังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Windows ให้เปิดใช้ได้ผ่าน Taskbar ด้านข้าง โดยสั่งให้ใช้โปรแกรม หรือแอปฯ ใด