AI NEWS AND EVENTS Technology

AI มาแรง! ยอดขายชิป AI โตกระฉูด ดันตลาดหุ้นพุ่ง

ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แข็งแกร่ง นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความต้องการชิป AI กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบริษัทต่างๆ ต่างหันมาใช้เทคโนโลยี AI มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นอเมริกา ปิดตลาดเมื่อวานนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2567) ที่ระดับ 4,800 จุด เพิ่มขึ้น 2.5% ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ระดับ 14,500 จุด เพิ่มขึ้น 3.2% ดัชนี Stoxx 600 ของตลาดหุ้นยุโรป ปิดที่ระดับ 460 จุด เพิ่มขึ้น 2.8% ดัชนี Nikkei 225 ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดที่ระดับ 28,000 จุด เพิ่มขึ้น 2.3%

Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2566 ดีกว่าคาด โดยบริษัทมีรายได้ 7.64 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 41% จากปีก่อนหน้า Nvidia คาดการณ์ว่า รายได้ในไตรมาส 1 ปี 2567 จะอยู่ที่ 8.10 พันล้านดอลลาร์

AMD บริษัทผู้ผลิตชิป AI อีกราย รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2566 ดีกว่าคาดเช่นกัน โดยบริษัทมีรายได้ 5.34 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 49% จากปีก่อนหน้า AMD คาดการณ์ว่า รายได้ในไตรมาส 1 ปี 2567 จะอยู่ที่ 5.80 พันล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตลาดชิป AI จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2567 โดย Gartner บริษัทวิจัยตลาด คาดการณ์ว่า ตลาดชิป AI ทั่วโลกจะมีมูลค่า 26.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 19.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566

การเติบโตของตลาดชิป AI เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เทคโนโลยี AI กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในโลกธุรกิจ บริษัทต่างๆ ต่างหันมาใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างรายได้ใหม่

ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยี AI ในธุรกิจ

  • การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า บริษัทต่างๆ ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เข้าใจความต้องการของลูกค้า และนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า

  • การบริการลูกค้า บริษัทต่างๆ ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาแชทบอท ตอบคำถามลูกค้า และให้บริการลูกค้า

  • การตรวจจับการฉ้อโกง บริษัทต่างๆ ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อตรวจจับการฉ้อโกง ป้องกันความเสี่ยง

  • การพัฒนายา บริษัทต่างๆ ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนายาใหม่ ค้นหาวิธีรักษาโรค

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับยอดขายชิป AI ดันตลาดหุ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่

1. การเติบโตของตลาดชิป AI ในภูมิภาคต่างๆ

  • ตลาดชิป AI ในเอเชียแปซิฟิก คาดว่าจะเติบโตเร็วที่สุด โดย Gartner คาดการณ์ว่า ตลาดชิป AI ในเอเชียแปซิฟิกจะมีมูลค่า 11.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 7.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566

  • จีน เป็นตลาดชิป AI ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

  • อินเดีย กำลังกลายเป็นตลาดชิป AI ที่สำคัญ โดยรัฐบาลอินเดียกำลังลงทุนในโครงการ AI ต่างๆ

2. การเข้าซื้อกิจการในตลาดชิป AI

  • มีการเข้าซื้อกิจการในตลาดชิป AI เกิดขึ้นหลายรายการในช่วงที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น Nvidia เข้าซื้อกิจการ Arm บริษัทผู้ผลิตชิปสัญชาติอังกฤษ

  • การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า บริษัทต่างๆ ต้องการขยายธุรกิจในตลาดชิป AI

3. ความท้าทายของตลาดชิป AI

  • ตลาดชิป AI เผชิญความท้าทายหลายประการ เช่น การขาดแคลนชิป สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา และความกังวลด้านจริยธรรม

4. อนาคตของตลาดชิป AI

  • คาดว่าตลาดชิป AI จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย Gartner คาดการณ์ว่า ตลาดชิป AI ทั่วโลกจะมีมูลค่า 117.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2573

5. โอกาสสำหรับนักลงทุน

  • การเติบโตของตลาดชิป AI เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุน นักลงทุนสามารถลงทุนในบริษัทผู้ผลิตชิป AI หรือลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในบริษัท AI

การเติบโตของตลาดชิป AI เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุน นักลงทุนสามารถลงทุนในบริษัทผู้ผลิตชิป AI หรือลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในบริษัท AI

แหล่งข้อมูล

Recommended For You

รับทำเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป ราคาถูก เว็บไซต์ราคาถูก รับออกแบบเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ราคาถูก ttt-website
Technology

อดีตนักวิจัย AI ของ Google แสดงความกังวลต่อการแข่งขันด้าน AI ที่ไร้กฎระเบียบการควบคุมด้านจริยธรรม!

ดร. ทิมนิต เกบรู (Dr. Timnit Gebru) อดีตนักวิจัยด้าน AI ของ Google ผู้ถูกไล่ออกจาก Google ในเดือนธันวาคมปี 2020 หลังจากที่เธอพยายามพูดต่อต้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ไร้จริยธรรม ได้ออกมาเตือนอีกครั้งว่า สถานการณ์ AI
รับทำเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป ราคาถูก เว็บไซต์ราคาถูก รับออกแบบเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ราคาถูก ttt-website
Technology

ตามรุ่นพี่ไป ! เปิดตัว Windows Copilot ที่แม้ใช้ Windows 11 ก็มี AI ผู้ช่วยส่วนตัวติดเครื่องได้ !

ไมโครซอฟท์​ (Microsoft) เปิดตัว Windows Copilot AI ซึ่งเป็นผู้ช่วยในการใช้งาน Windows ที่เหมือนกับใน Microsoft 365 และ Microsoft Edge โดยจะฝังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Windows ให้เปิดใช้ได้ผ่าน Taskbar ด้านข้าง โดยสั่งให้ใช้โปรแกรม หรือแอปฯ ใด